WonderfulPerfect เว็บไซต์ศูนย์รวมคลินิกศัลยกรรม คลินิกความงาม นำเสนอบริการ ศัลยกรรมตา ศัลยกรรมจมูก ศัลยกรรมปาก ศัลยกรรมหน้าอก และอีกหลากหลายบริการศัลยกรรมที่น่าสนใจ พร้อมรีวิวจากลูกค้าจริง
VIP Member
THE KLINIQUE คลินิกที่ดูแลรักษาผิวพรรณ ร้อยไหม ยกกระชับ หน้าเรียว เลเซอร์หน้าใส ฉีดเสริมจมูก เสริมคาง ฟิลเลอร์ ฉีดเสริมจมูก ฟิลเลอร์ เสริมหน้าอก ทำตาสองชั้น eMatrix หลุมสิว Fracxel รอยคล้ำ หลุมสิว Gold Thread ดึงกระชับหน้า Ulthera ยกกระชับ vaser กำจัดไขมัน กำจัดขน เลเซอร์ ร้อยทอง ร้อยไหม ลบรอยสัก หน้าเรียวกระชับ เลเซอร์หน้าใส รักษาสิว
LINE ID: Amprohealth
ศัลยกรรมตาล่าง
การศัลยกรรมตา เพื่อเสริมสร้างดวงตาให้สวยงาม มีอยู่ด้วยกันหลายวิธีส่วนมากจะเน้นไปทางการเสริมชั้นตาและการเปิด-ปิดหัวตา เพื่อเสริมให้ดวงตาแลดูกลมโตและเรียวยาวขึ้น แต่ใช่ว่าการศัลยกรรมดวงตาจะมีเพียงการเสริมชั้นตาและการเปิด-ปิดหัวตาที่สามารถช่วยให้ดวงตาสวยงามขึ้นได้ การศัลยกรรมบริเวณด้านล่างของตาก็สามารถช่วยให้ดวงตาดูสวยขึ้นได้เช่นกัน


บริเวณตาล่างที่พบปัญหาได้บ่อย
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริเวณตาล่างมีปัจจัยจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุและลักษณะทางพันธุกรรมที่ได้รับการถ่ายทอด ซึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยบริเวณตาล่างและสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดทำหัตถการเพื่อเสริมสร้างความงามให้กับดวงตา สามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบใหญ่ ดังนี้

1.ริ้วรอยใต้ดวงตา
ปัญหาริ้วรอยใต้ดวงตาเป็นปัญหาที่สามารถพบได้กับคนทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับเฉพาะผู้ที่มีอายุสูงมากเท่านั้น ปัญหาริ้วรอยใต้ดวงตาที่รู้จักกันดี เช่น ริ้วรอยใต้ตา รอยตีนกา เป็นต้น สาเหตุของการเกิดริ้วรอยมีอยู่ด้วยกัน คือ
1.1 การแสดงอารมณ์
การแสดงอารมณ์เป็นเรื่องปกติในการดำรงชีวิต แต่ถ้ามีการแสดงอารมณ์มากเกินไป (Over Action) ก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยได้เร็วขึ้น และยิ่งมีการแสดงอารมณ์ที่ต้องใช้การทำงานของกล้ามเนื้อมาก เช่น การยิ้ม การหัวเราะ ขมวดคิ้ว ย่นจมูกหรือหน้าผาก การเลือบมอง การร้องไห้ จะส่งผลให้กล้ามเนื้อที่บริเวณดวงตาเกิดริ้วรอยและรอยย่นได้
1.2 การโดนแสงแดดหรือแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
แสงแดดหรือแสงจากหน้าคอมพิวเตอร์มีอันตรายที่ช่วยกระตุ้นการเกิดริ้วรอยได้ เนื่องจากรังสีอัตราไวโอเล็ตที่อยู่ในแสดงแดดที่จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างอนุมูลลอิสระที่มีส่วนสำคัญในการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินที่อยู่ใต้ผิว ส่งผลให้ผิวเกิดความเสื่อมเร็วขึ้น รวมถึงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอโทรศัพท์มือถือก็เป็นตัวกระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระได้เช่นเดียวกับแสงแดด
1.3 อายุ
อายุนับเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เมื่ออายุมากขึ้นกระบวนการผลิตคอลลาเจนและอีสลาสตินจะมีน้อยลง ส่งผลให้ผิวหนังเกิดความเสื่อมซึ่งเป็นที่มาของริ้วรอยบนใบหน้าและรอบดวงตาด้วย ริ้วรอยรอบดวงตาจะเริ่มสังเกตได้เมื่อมีอายุประมาณ 30 ปีขึ้นไปและจะชัดเจนเมื่ออายุเข้าช่วง 30 ปีตอนปลาย


2.ถุงใต้ตา (Baggy Eye Lid)
เมื่อมีอายุมากขึ้นลักษณะของโครงสร้างเบ้าตาและบริเวณตาล่างจะมีการเปลี่ยนแปลงเกดขึ้น เนื่องจากมีการสะสมไขมันในส่วนของถุงไขมันที่อยู่บริเวณใต้ดวงตามากขึ้น ก้อนไขมันที่สะสมอยู่ในถุงไขมันจะเริ่มจากการสะสมทีละน้อยทีละน้อย ซึ่งในช่วงแรกจะไม่สามารถสังเกตเห็นได้ แต่เมื่อก้อนไขมันมีขนาดที่ใหญ่ถุงใต้ตาจะสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะมองมุมใด ถุงใต้ตาก็จะมีลัษณะที่เห็นได้เด่นชัด ถุงใต้ตาสามารถเติบโตมากขึ้นตามปริมาณของไขมันที่สะสมอยู่ในบริเวณดังกล่าว และถุงใต้ตาจะทำการถ่วงน้ำหนักตามแรงดึงดูดของโลก ดังนั้นเมื่อผิวหนังเกิดความเสี่อม ถุงใต้ตาจะมีลักษณะหย่อคล้อยได้อีกด้วย

3.เบ้าตาหมองคล้ำ
เบ้าตาที่เกิดขึ้นมีอยู่ด้วย 2 ลักษณะตามสาเหตุของการเกิด คือ
3.1เบ้าตาที่หมองคล้ำตามธรรมชาติ
การหมองคล้ำของเบ้าตาสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งสาเหตุของความหมองคล้ำ คือ
1.การไหลเวียนของเลือดไม่ดี
ถ้าบริเวณเบ้าตามีการไหลเวียนของเลือดไม่ดี จะส่งผลให้เส้นเลือดดำมีการขยายตัวมากขึ้น ทำให้มีการคั่งค้างของเลือดดำในบริเวณดั่งกล่าว หรือการที่เส้นเลือดฝอยไม่แข็งแรงทำให้เลือดมีการซึมออกมาจากเส้นเลือดฝอย เป็นสาเหตุที่ทำให้บริเวณเบ้าตามีลักษณะหมองคล้ำ
2.ความผิดปกติของเม็ดสีผิว
บางครั้งที่บริเวณเบ้าตามีการสะสมของเม็ดสีผิวในปริมาณที่สูงกว่าบริเวณอื่น จึงส่งผลให้บริเวณเบ้าตามีสีเข้มแลดูหมองคล้ำได้
3. อาการแพ้
การแพ้สารเคมีที่อยู่ในเครื่องสำอางบางชนิด ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณเบ้าตาเกิดการอักเสบ ได้รับความระคายเคือง ทั้งจากปฏิกิริยาระหว่างสารเคมีกับผิว หรือการขยี้การถูเพื่อลดการระคาย ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เบ้าตาหมองคล้ำได้เช่นกัน
4. มลพิษจากสิ่งแวดล้อม
สิ่งแวดล้อมรอบตัวที่สามารถกระตุ้นการสร้างอนุมูลอิสระที่จะเข้าไปทำให้เกิดการระคายเคืองที่บริเวณเบ้าตา เช่น แสงแดด ฝุ่น ควัน แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอมือถือจะทำให้ผิวที่บอบบางในบริเวณเบ้าตาได้รับการอักเสบหรือการระคายเคืองชนิดเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความหมองคล้ำตามมาได้

3.2เบ้าตาที่หมองคล้ำเนื่องจากการผ่าตัดเอาถุงใต้ตาออก
การตัดเอาถุงใต้ตาออกมากจนเกินไป ไม่ว่าสาเหตุที่ทำให้ต้องผ่าตัดเอาถุงใต้ตาออกจะมาจากอะไรก็ตาม ถ้ามีการผ่าตัดเอาถุงใต้ตาออกมาแล้ว ทำให้ผิวหนังที่บริเวณดังกล่าวมีการฝ่อตัวลงและเกิดการยุบตัวมากกว่าปกติ และยิ่งในช่วงที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอร่วมด้วยแล้ว จะส่งผลให้เบ้าตาดูลึก มีความหมองคล้ำมากขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาหลัก ๆ ที่ส่งผลให้เบ้าตาล่างดูไม่สวยงาม การศัลยกรรมสามารถช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างได้ผล ซึ่งเราจะกล่าวถึงขั้นตอนการแก้ไขปัญหาและข้อดีข้อเสียของการแก้ไขว่าเป็นอย่างไรบ้าง
การแก้ไขปัญหาริ้วรอยใต้ดวงตา

การแก้ไขริ้วรอยใต้ดวงตาจะใช้วิธีการใดขึ้นอยู่กับลักษณะของริ้วรอยที่เกิดขึ้นว่ามีความตื้นหรือลึกมาน้อยเพียงใด ถ้าริ้วรอยมีลักษณะที่ไม่ลึกมากแล้ว จะทำการลดเลือนริ้วรอยที่เกิดขึ้นโดยใช้เลเซอร์หรือการใช้ Botulinium toxin ทำการฉีดเข้าไปใต้ผิวเพื่อเติมเต็มช่องว่างทำให้ผิวหนังมีความเต่งตึงจึงสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยที่เกิดขึ้นได้ เมื่อทำการลดเลือนริ้วรอยที่เกิดขึ้นได้แล้ว แต่ด้วยปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอยมีอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ฝุ่น ควัน ดังนั้นควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่มีประสิทธิภาพช่วยบำรุงผิวเพื่อความชุ่มชื่นให้กับผิวที่บริเวณเบ้าตา รวมถึงการทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันรังสีอัตราไวโอเลตเข้ามาทำลายเซลล์ผิวให้เกิดความเสื่อมขึ้น แต่ถ้าริ้วรอยบริเวณรอบดวงตามีขนาดที่ลึกและขนาดที่ใหญ่มาก การใช้เลเซอร์และการฉีดการใช้ Botulinium toxin ไม่สามารถช่วยลดริ้วรอยได้ทั้งหมด แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเอาหนังส่วนเกินออกและทำการเย็บหนังที่บริเวณดังกล่าวขึ้นใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้ผิวหนังบริเวณดังกล่าวเต็งตึง การผ่าตัดจะสามารถลดเลือนริ้วรอยได้ดีที่สุด

การศัลยกรรมแก้ไขบริเวณด้านล่างสามารถช่วยเสริมสร้างความสวยงามให้ดวงตาขึ้นได้ ปัญหาที่พบได้บ่อยบริเวณตาล่าง เช่น ริ้วรอย ถุงใต้ตา เบ้าตา
หลักการ เหตุผล และ ข้อมูลที่น่าสนใจ :
การแก้ไขปัญหาถุงใต้ตา
การแก้ปัญหาถุงใต้จะเน้นไปถึงการแก้ปัญหาที่สาเหตุของการเกิดถุงใต้ตา เนื่องจากถ้าสามารถแก้ได้ตรงจุดแล้ว จะสามารถทำให้ถุงใต้ตาดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด การแก้ไขปัญหาแพทย์จะทำการวินิจฉัยจาก อายุ เพศ โรคประจำตัว ลักษณะของถุงใต้ตา ความหย่อนคล้อยของผิวหนังใต้ตา ซึ่งสามารถแบ่งแนวทางในการรักษาถุงใต้ตาได้ ดังนี้

1.การผ่าตัดแก้ไขผ่านเยื่อบุตา
การผ่าตัดเยื่อบุตาด้วยวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุน้อย มีปัญหาเกี่ยวกับถุงใต้ตาเท่านั้น ผิวหนังบริเวณรอบเบ้าตาหรือบริเวณถุงใต้ตาไม่มีการหย่อนยาน และผู้เข้ารับการผ่าตัดเยื่อบุตาไม่ต้องการให้มีรอยแผลเป็น ซึ่งวิธีการผ่าตัด คือ
การศัลยกรรมจะทำการผ่าตัดผ่านเยื่อบุตาที่บริเวณด้านล่าง ซึ่งจะทำการเปิดแผลที่บริเวณเยื่อบุตาด้านล่างโดยแผลที่เปิดจะมีขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร แล้วจึงทำการเปิดเนื้อเยื่อเพื่อที่จะเข้าไปถึงบริเวณถุงไขมันที่อยู่บริเวณใต้ตา โดยแพทย์จะทำการย้ายถุงไขมันไปยังบริเวณที่มีลักษณะเป็นร่องลึกที่เป็นที่มาของความหมองคล้ำเมื่อมองจากด้านนอก หรือถ้าบริเวณใต้ตามีปริมาณไขมันที่ใหญ่มาก แพทย์จะนำถุงไขมันดังกล่าวออกมาเพื่อลดขนาดของถุงใต้ตาให้มีความพอดีกับดวงตา


ข้อดีของการผ่าตัดเยื่อบุตาวิธีนี้ คือ เมื่อทำการผ่าตัดเสร็จแล้วจะไม่หลงเหลือรอยแผลเป็นภายนอกให้เห็น สามารถช่วยแก้ไขปัญหาถุงใต้ตา ร่องน้ำตาหรือรอยคล้ำไต้ตาได้ทั้งหมด การผ่าตัดจะทำการฉีดยาชาเฉพาะที่ผู้ป่วยจึงใช้เวลาในการพักฟื้นเพียง 2-3 วัน อาการบวมที่เกิดขึ้นก็จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ และการผ่าตัดแบบนี้ไม่ได้ทำการผ่าตัดเพื่อเอาหนังออกมาด้วย เพียงแค่เอาถุงไขมันที่อยู่ใต้ผิวออกมาเท่านั้น จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะตาแหก ตาปลิ้นได้
ข้อเสียของการผ่าตัดเยื่อบุตาวิธีนี้ คือ แพทย์ผู้ทำการรักษาจะต้องเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดแผลขนาดเล็ก ที่มีความเสี่ยงเมื่อเกิดการเสียเลือดในปริมาณที่มาก ซึ่งการระงับการไหลของเลือดมีความสำคัญเพราะการเสียเลือดหมายถึงความบอบช้ำของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อบุบริเวณดังกล่าว ถ้าผู้ป่วยมีการเสียเลือดมากจะทำให้ต้องพักฟื้นนานขึ้น และโอกาสที่แผลจะติดเชื้อจะสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นแพทย์ที่ทำการผ่าตัดการผ่าตัดแก้ไขผ่านเยื่อบุตาจึงต้องมีความชำนาญและเชี่ยวชาญเป็นพิเศษนั่น เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

2.การผ่าตัดแก้ไขถุงใต้ตาแบบการจัดเรียงไขมัน และมีแผลที่ด้านนอกของขนตา
การผ่าตัดแบบนี้จะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีปัญหาเกี่ยวกับถุงใต้ตาร่วมกับการมีริ้วรอยใต้ดวงตา ผิวหนังบริเวณใต้ตาหย่อนยานหรือการมีร่องน้ำตาที่ลึก ซึ่งหลังจากทำการผ่าตัดแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นจะหายไปและสามารถอยู่ได้เป็นระยะเวลาที่นาน แต่ทว่าการผ่าตัดด้วยวิธีนี้ผู้ป่วยจะมีรอยแผลเป็นเกิดขึ้นที่บริเวณชิดกับขนตา ซี่งในระยะแรกหรือ 3 เดือนแรก รอยแผลเป็นดังกล่าวจะเห็นชัดเจนมาก และจะค่อย ๆ จางหายไปในระยะต่อมา
ขั้นตอนการผ่าตัด แพทย์จะทำการเปิดแผลที่บริเวณขอบขนตาด้านล่าง และทำการเลาะเอาเนื้อเยื่อเพื่อเปิดทางไปยังบริเวณที่อยู่ของถุงไขมันที่อยู่ใต้ตา และทำการจัดการกับถุงไขมันดังนี้
2.1 ถุงไขมันขนาดใหญ่
ในรายที่มีถุงไขมันขนาดใหญ่ แพทย์จะทำการดึงถึงไขมันบางส่วนออกมาและทำการตัดออกไปเพื่อลดขนาดของถุงไขมันใต้ดวงตาให้มีขนาดเล็กลง เมื่อตัดถุงไขมันออกตามปริมาณที่ต้องการแล้วแพทย์จะทำการจัดแต่งเพื่อเพิ่มความตึงกระชับมากขึ้นให้กับกล้ามเนื้อของเปลือกตาล่าง และลดความโอกาสที่จะเกิดปัญหาถุงใต้ตาซ้ำขึ้นมาในอนาคต
2.2 ถุงไขมันขนาดเล็ก


ในรายที่มีขนาดถุงไขมันใต้ตาขนาดเล็กและมีร่องน้ำตาที่ค่อนข้างลึกมาก ผู้ป่วยที่มีถุงไขมันแบบน่ไม่จำเป็นต้องทำการตัดถุงไขมัน แต่แพทย์จะทำการผ่าตัดและนำถุงไขมันใต้ตาทั้ง 3 กลุ่มออกมาและทำการเรียงหรือนำไปวางในส่วนที่เบ้าตาหรือร่องน้ำตามีความลึกมากกว่าส่วนอื่น ๆ
ข้อดีของการผ่าตัดแบบนี้ คือ สามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับถุงไขมันได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเอาถุงไขมันที่บริเวณใต้ตาออกมาทั้งหมด และสามารถนำถุงไขมันที่มีอยู่เดิมไปเติมในบริเวณที่มีปัญหาเบ้าตาและปัญหาร่องน้ำตำลึกได้ นอกจากนั้นยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวหนังและกล้ามเนื้อที่มีความหย่อนคล้อยให้กลับมาเต็งตึงได้บางส่วน
ข้อเสียของการผ่าตัด คือ ลักษณะของแผลเป็นที่เกิดขึ้นในบริเวณขอบขนตาจะเห็นได้อย่างชัดเจนในช่วงแรกและใช้ระยะเวลานานกว่ารอยแผลเป็นดังกล่าวจะจางหายไป

ถุงใต้ตา เกิดจากไขมันที่อยู่ในเบ้าตา ซึ่งมี 2 แบบคือ ถุงใต้ตาแท้ และถุงใต้ตาเทียม
พบกับโปรโมชั่นจากคลินิกความงามจากทั่วประเทศได้ที่นี่ และรับสิทธิพิเศษด้านศัลยกรรมความงามก่อนใคร อาทิเช่น ตาสองชั้น ดึงหน้า เสริมจมูก เสริมคาง เสริมหน้าอก ดึงคอ ทำปากบาง เย็บปีกจมูก ยกกระชับทรวงอก ตัดกราม เสริมโหนกแก้ม ศัลยกรรมถุงใต้ตา ผ่าตัดโพรงจมูก ยกหางตาตก ดึงหน้าผาก ทำปากกระจับ 3 มิติ แต่งปลายจมูก
WonderfulPerfect ศูนย์รวมคลินิกศัลยกรรม คลินิกความงาม ตอบทุกโจทย์ปัญหาผิวพรรณ ความงาม ปรับรูปลักษณ์ สร้างความมั่นใจ‎ LASER สลายไขมัน ลดสัดส่วน ในราคาถูกและดี มีคุณภาพ คัดสรรจากผู้เชี่ยวชาญทั่วประเทศ เพราะเราอยากให้คุณสวย หล่อ ปลอดภัย ใครๆก็เอื้อมถึง