WonderfulPerfect เว็บไซต์ศูนย์รวมคลินิกศัลยกรรม คลินิกความงาม นำเสนอบริการ ศัลยกรรมตา ศัลยกรรมจมูก ศัลยกรรมปาก ศัลยกรรมหน้าอก และอีกหลากหลายบริการศัลยกรรมที่น่าสนใจ พร้อมรีวิวจากลูกค้าจริง
VIP Member
THE KLINIQUE คลินิกที่ดูแลรักษาผิวพรรณ ร้อยไหม ยกกระชับ หน้าเรียว เลเซอร์หน้าใส ฉีดเสริมจมูก เสริมคาง ฟิลเลอร์ ฉีดเสริมจมูก ฟิลเลอร์ เสริมหน้าอก ทำตาสองชั้น eMatrix หลุมสิว Fracxel รอยคล้ำ หลุมสิว Gold Thread ดึงกระชับหน้า Ulthera ยกกระชับ vaser กำจัดไขมัน กำจัดขน เลเซอร์ ร้อยทอง ร้อยไหม ลบรอยสัก หน้าเรียวกระชับ เลเซอร์หน้าใส รักษาสิว
LINE ID: Amprohealth
ศัลยกรรมกระดูกใบหน้า

ศัลยกรรมกระดูกใบหน้าหรือโครงหน้านับเป็นอวัยวะที่ช่วยสร้างความสวยงามที่สมบูรณ์แบบให้กับคนเรา การมีใบหน้าที่สวยงามเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ เพราะใบหน้าที่สวยงามจะสามารถดึงดูดและเพิ่มโอกาสให้กับชีวิตได้เป็นอย่างมาก แต่ทุกคนใช่ว่าเมื่อเกิดมาจะใบหน้าที่สวยงามไปเสียทุกคน ซึ่งความสวยงามของใบหน้าในแต่ละยุคสมัยก็ต่างกันไป เช่น ในอดีต ดารา นักแสดงของไทยที่จัดว่าสวยต้องมีใบหน้าที่กลมราวกับพระจันทร์เดือนเพ็ญ แต่ในปัจจุบันนี้ใบหน้าที่จัดว่าสวยต้องเป็นใบหน้าเรียวคล้ายรูปไข่ คางยาวรับกับใบหน้าไม่สั้นหรือยาวเกินไป อย่างใบหน้าของดารานักแสดงที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน ซึ่งทุกคนก็ใช่ว่าจะมีใบหน้ารูปทรงแบบนี้

เนื่องจากคนไทยส่วนมากจะมีใบหน้าที่สั้นและกว้าง โหนกแก้มนูนใหญ่ หรือมีกระดูกกรามบริเวณด้านล่างที่กว้างและมีมุกกรามที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และศีรษะที่มีลักษณะสั้นกว้าง ส่งผลให้ใบหน้ามีลักษณะโดยรวมเป็นเหลี่ยมหรือมีลักษณะเป็นทรงกลม ดังนั้นการที่จะมีใบหน้าเรียวรูปไข่สวยงามมาตั้งแต่เกิดย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก จึงเป็นที่มาของการศัลยกรรมกระดูกโครงหน้าเพื่อปรับเปลี่ยนโครงหน้าให้ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งการศัลยกรรมกระดูกใบหน้าจะเข้ามาช่วยปรับปรุงแก้ไข รูปทรงของใบหน้าและลดหรือเพิ่มสัดส่วนให้มีความสมดุล (Balance) ทั้งใบหน้า นอกจากนั้นการศัลยกรรมกระดูกใบหน้ายังสามารถช่วยเพิ่มมิติของอวัยวะส่วนต่างบนใบหน้า เช่น หน้าผาก โหนกแก้ม จมูก คางและกราม ให้รับกันเพื่อช่วยส่งให้ใบหน้าสวยงามแลดูมีเสน่ห์น่าพิศน่ามองมากขึ้นกว่าเดิม

การศัลยกรรมกระดูกใบหน้าเพื่อช่วยในการปรับโครงหน้าให้สวยงาม

สามารถทำการแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน คือ

1.การผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกบนใบหน้า คือ การผ่าตัดปรับเปลี่ยนลักษณะของกระดูกที่อยู่บนใบหน้าเพื่อให้ใบหน้ามีรูปร่างตามที่ต้องการ เช่น การผ่าตัดกระดูกคาง ผ่าตัดกระดูกกราม ผ่าตัดกระดูกโหนกแก้ม เป็นต้น

2. การศัลยกรรมส่วนของเนื้อเยื่อใบหน้า คือ การผ่าตัดปรับเปลี่ยนขนาดของกล้ามเนื้อที่อยู่บนใบหน้าเพื่อปรับรูปทรงของใบหน้าให้มีลักษณะตามที่ต้องการ เช่น การผ่าตัดดูดไขมันบนใบหน้าเพื่อลดขนาดที่บริเวณดังกล่าว การเติมไขมันเข้าสู่ใบหน้า การร้อยไหม

ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงการศัลยกรรมด้วยการผ่าตัดกระดูกบนใบหน้า การผ่าตัดกระดูกโครงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ความเสี่ยงและความยากในการผ่าตัดที่สูงมาก ถ้าได้รับการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการผ่าตัดมาเป็นอย่างดี มีการผ่าตัดในสถานที่ที่ได้มาตรฐาน วัสดุอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ผลของการผ่าตัดศัลยกรรมกระดูกใบหน้าจะเป็นคงอยู่อย่างถาวร ในการศัลยกรรมใช่ว่าทุกคนจะสามารถทำการศัลยกรรมได้เหมือนกันหมด แต่แพทย์ผู้ทำการ รักษาจะทำการพิจารณาใบหน้าของผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดก่อนว่าจะสามารถทำการปรับเปลี่ยนได้มากน้อยแค่ไหน


การพิจาณาแพทย์จะทำการแบ่งการศัลยกรรมโครงสร้างของใบหน้า
1.ใบหน้าส่วนบน (Upper Part) คือ ส่วนของใบหน้าตั้งแต่ช่วงเส้นระดับของไรผมจนถึงเส้นบริเวณระหว่างขนคิ้ว เช่น ศัลยกรรมกระดูกหน้าผาก (Forehead Contouring) การเสริมหน้าผาก (Forehead augmentation) เพื่อให้มีหน้าผากนูนขึ้น การกรอกระดูกหน้าผาก (Forehead shaving) เพื่อลดความนูนของหน้าผาก

2.ใบหน้าส่วนกลาง( Middle part) คือ ส่วนของใบหน้าตั้งแต่เส้นระหว่างคิ้วจนถึงเส้นที่บริเวณปลายจมูก เป็นการศัลยกรรมที่คนไทยส่วนมากนิยมทำกัน เพื่อที่ความกว้างของใบหน้าให้เล็กและเรียวลง เช่น การศัลยกรรมโหนกแก้ม (Cheekbone surgery) การตัดกระดูกส่วนของโหนกแก้ม (Cheekbone Reduction) การทำให้โหนกแก้มยุบ (Zygonatic Reduction) การเสริมกระดูกส่วนโหนกแก้ม (Cheekbone Augmentation) เพื่อให้โหนกแก้มสูงขึ้นรับกับขนาดของใบหน้า

3. ใบหน้าส่วนล่าง (Lower Part) คือ ส่วนของใบหน้าตั้งแต่เส้นปลายจมูกจนถึงเส้นที่บริเวณปลายคาง การศัลยกรรมที่วบหน้าส่วนล่างสามารถช่วยเพิ่มหรือลดความยาวของคางและกราม เช่น การตัดกระดูกคาง (Chin Reduction) หรือการเสริมคาง (Chin Augmentation) เพื่อเพิ่มความยาวของคาง การตัดกระดูกกราม (Jaws Reduction) ให้สั้นลงหรือการเสริมกระดูกกราม (Jaws Augmentation) ให้มีความยาวเพิ่มขึ้น

ซึ่งการเลือกว่าจะต้องทำการศัลยกรรมกระดูกที่ส่วนใดเพื่อที่จะได้ใบหน้าตามที่ต้องการนั้น แพทย์จะทำการพิจารณาจากโครงหน้าเดิมก่อน ว่าต้องตัดหรือเพิ่มส่วนกระดูกส่วนใด ใบหน้าจึงจะออกมาสวยงามสมบูรณ์ตามที่ผู้เข้ารับศัลยกรรมต้องการ
หลักการ เหตุผล และ ข้อมูลที่น่าสนใจ :
การศัลยกรรมกระดูกบนใบหน้า
1. การผ่าตัดขากรรไกร
เป็นการผ่าตัดที่ช่วยในการรักษาความผิดปกติของกระดูกโครงหน้า ด้วยการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของช่องปากหรือขากรรไกรให้เข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อให้ใบหน้าที่รูปร่างที่สวยงามและยังช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของกระดูกใบหน้า เช่น ปากล่างครอบปากบน ปากยื่น คางยื่นมากจนทำให้ฟันไม่สบกันส่งผลกระทบในการรับประทานอาหาร ภาวะปากที่อูมมาก เป็นต้น ซึ่งการศัลยกรรมขากรรไกรจะช่วยทำให้ใบหน้ากลับมามีลักษณะตามธรรมชาติที่ถูกต้องได้


2. การผ่าตัดโครงหน้า (Facial Bone Contouring Surgery)
เป็นการผ่าตัดเพื่อทำการตกแต่งรูปทรงของกระดูกโครงหน้าให้มีขนาดเหมาะสมกับองค์ประกอบโดยรวมบนใบหน้า ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้มักจะทำเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับใบหน้ามากกว่าการแก้ไขปัญหาหรือแก้ไขความผิดปกติของใบหน้าที่ทำให้เกิดผลเสียต่อการดำรงชีวิต ซึ่งการผ่าตัดศัลยกรรมโครงหน้ามีอยู่ด้วย ดังนี้

2.1 การผ่าตัดโหนกแก้ม เป็นการผ่าตัดเพื่อช่วยให้ใบหน้ามีรูปทรงที่เรียวยาว โดยการตัดเอากระดูกโหนกแก้มที่มีขนาดใหญ่เกินไปออกไปบางส่วนให้เหมาะสมกับขนาดของใบหน้า ซึ่งการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อลดขนาดของโหนกแก้มทำได้หลายแบบด้วยกันแต่วิธีหลัก ๆ จะมีอยู่ด้วยกัน 3 วิธีคือ

2.1.1 การศัลยกรรมลดโหนกแก้มแบบ 3 มิติหรือการผ่าตัดเพื่อหมุนกระดูกโหนกแก้มสามมิติ” (3D Malar Rotation)
เป็นเทคนิคการลดขนาดโหนกแก้มที่กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะใบหน้าที่ได้หลังผ่าตัดดูมีมิติเป็นธรรมชาติ และหลังจากเข้ารับการผ่าตัดแล้วใช้เวลาในการพักไม่นานใบหน้าก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว การผ่าตัดที่สามารถช่วยลดขนาดของโหนกแก้มที่มีการปูนออกมาด้านข้างมากกว่าด้านหน้า ซึ่งการทำจะทำด้วยการผ่าตัดเปิดแผลที่บริเวณเหนือศีรษะที่ส่วนของด้านบนของใบหู หรือการผ่าตัดเปิดแผลจากภายในช่องปาก การทำจะทำด้วยการหมุนโหนกแก้มที่ปูนออกไปด้านนอกให้เคลื่อนย้ายเข้ามาอยู่ด้านในแทน
เหมาะสำหรับคนที่กระดูกโหนกแก้มมีความหนามาก ทำให้โหนกแก้มดูสูงมาก ศัลยแพทย์จะทำการเปิดแผลผ่าตัดเข้าทางเหนือศีรษะโดยรอบ จากเหนือใบหูข้างหนึ่งถึงใบหน้าอีกข้างหนึ่ง หรือ เปิดแผลผ่าตัดเข้าทางช่องปากเหมือนกรณีแรก เพื่อไม่ให้มีรอยแผลหลังการผ่าตัด โดยจะมีแผลอยู่ด้านในช่องปาก บริเวณข้างกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง หลังจากนั้นจึงทำการตัดหรือเลื่อนกระดูกโหนกแก้มลงจากจุดยึดเกาะเดิม แล้วยึดด้วยเหล็กยึดชนิดพิเศษ
การตัดโหนกแก้มที่ใหญ่แล้วเลื่อนเข้าไว้ ข้างใน วิธีศัลยกรรมนี้ได้ผลดีสำหรับชาวตะวันออกที่มีกระดูกโหนกแก้มนูนออกด้านข้าง แต่ถ้ากระดูกโหนกแก้มไม่ได้ใหญ่มาก


จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าวิธีผ่าตัดธรรมดา
2.1.2. การศัลยกรรมลดโหนกแก้มแบบไม่ยึด เป็นการผ่าตัดเช่นเดียวเปิดแผลเช่นเดียวกับวิธีการแรก การผ่าตัดนี้เหมาะกับผู้ที่มีโหนกแก้มขนาดใหญ่ เมื่อเปิดแผลแล้วจะทำการตัดกระดูกโหนกแก้มที่ไม่ต้องการออกไปเพื่อให้โหนกแก้มมีขนาดตามที่ต้องการ และทำการยึดกระดูกด้วยวัสดุช่วยยึด เช่น Thaitanium พร้อมทั้งใช้ลวดหรือสกรูในการยึดกับกระดูก เพื่อให้กระดูกถูกตรึงยึดในตำแหน่งที่ถูกต้อง

การศัลยกรรมใบหน้าสามารถช่วยเพิ่มมิติของอวัยวะส่วนต่างบนใบหน้า เพราะใบหน้าที่สวยงามจะสามารถดึงดูดและเพิ่มโอกาสให้กับชีวิตได้เป็นอย่างมาก

3. การกรอกระดูกโหนกแก้ม
เป็นการลดโหนกแก้มสำหรับผู้ที่มีโหนกแก้มปูนออกมาไม่มากไม่จำเป็นต้องตัดกระดูกหรือหมุนกระดูกเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งของโหนกแก้ม ด้วยการผ่าตัดเปิดแผลทางช่องปากและทำการกรอกระดูกโหนกแก้มส่วนที่ปูนออกไปให้เหลือขนาดตามที่ต้องการ ซึ่งการกรอกระดูกจะทำการกรอผิวของกระดูกที่มีความเรียบและความแข็งแรงออกไป ส่งผลให้ในระยะยาวผิวอาจจะมีลักษณะขรุขระเกิดขึ้นได้
การผ่าตัดลดโหนกแก้มเป็นวิธีที่สามารถสร้างโครงหน้าที่เรียวยาวอย่างได้ผล แต่ทว่าในการผ่าตัดย่อมมีความเสี่ยงและปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้ เช่น

3.1 อาการชาที่บริเวณปาก เนื่องจากในการผ่าตัดเพื่อลดขนาดโหนกแก้มมักจะผ่าตัดเข้าทางภายในช่องปากเพื่อป้องกันไม่ให้เห็นแผลที่เกิดจากการผ่าตัด ดังนั้นการผ่าตัดอาจจะไปกระทบกับเส้นประสาทรับความรู้สึกที่ปากได้ ส่งผลให้รู้สึกชา ซึ่งอาการดังกล่าวจะหายไปได้เองหลังจากผ่านไป 2-3 เดือน

3.2 ภาวะเนื้อแก้มมีการห้อยย้อยมากว่าปกติ เนื่องจากในการเคลื่อนย้ายหรืตัดทำให้ขนาดของโหนกแก้มลดลงไปมากส่งผลให้เนื้อบริเวณแก้มย้อย หรือในการผ่าตัดกระดูกโหนกแก้มหรือการกรอกระดูกโหนกแก้มมีการเลาะเนื้อออกมาจากกระดูกมาเกินไปทำให้เนื้อไม่ยึดติดกับกระดูกเนื้อจึงย้อยลงมา โดยเฉพาะเนื้อที่มีไขมันเป็นจำนวนมากจะมีโอกาสที่จะห้อยมากกว่าเนื้อที่มีไขมันน้อย และผู้ที่มีอายุมากเมื่อเข้ารับการผ่าตัดจะมีความเสี่ยงที่เนื้อจะห้อยมากกว่าผู้ที่มีอายุน้อยด้วย

3.3 ขนาดโหนกแก้มทั้งสองข้างไม่เท่ากัน โดยปกติอวัยวะร่างกายของคนเราทั้งสองข้างมักจะไม่เท่ากัน 100 % เพราะการใช้งานที่ไม่เท่ากันนั่นเอง โหนกแก้มก็เช่นกัน ดังนั้นเมื่อทำการผ่าตัดลดขนาดโหนกแก้มแพทย์จะพยายามปรับขนาดของโหนกแก้มทั้งสองข้างให้ได้ใกล้เคียงกันมากที่สุด ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษณะของกระดูกและโครงหน้าของผู้เข้ารับการศัลยกรรมด้วย


3.4 กระดูกไม่ยึดติดกัน เนื่องจากทำการยึดกระดูกไม่แข็งแรงทำให้กระดูกหลุดออกจากตำแหน่งที่ต้องการ ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวแพทย์จะต้องทำการยึดกระดูกให้แข็งแรง

3.5 อาการอ้าปากไม่ได้ ในช่วงแรกหลังจากที่ทำการผ่าตัด ผู้เข้ารับการศัลยกรรมไม่สามารถอ้าปากหรือบดเคี้ยวอาหารได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากกระดูกโหนกแก้มเข้าไปกดทับกล้ามเนื้อที่ควบคุมการอ้าปากหรืออาการบวมของกล้ามเนื้อหลังจากการผ่าตัด แต่เมื่อผ่านไปประมาณ 1 เดือน ก็จะสามารถอ้าปากและบดเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ

4. ผ่าตัดกรามหรือขากรรไกร (Orthognathic surgery)
คือ การผ่าตัดเอาเหลี่ยมของขากรรไกรที่มีขนาดกว้าง ส่งผลให้ใบหน้าดูกว้างและเป็นเหลี่ยมมาก เพื่อลดขนาดของเหลี่ยมของมุมกรามต้องทำการผ่าตัดเอาเหลี่ยมของขากรรไกรออก ทำได้ด้วยการผ่าตัดเปิดแผลภายในช่องปากหรือภายนอกช่องปากก็ได้ และใช้เครื่องมือแบบพิเศษเพื่อทำการตัดเหลี่ยมของกระดูกขากรรไกร ซึ่งการผ่าตัดลดขนาดของกรามมีอยู่ด้วยกันหลัก 2 แบบ คือ
1.การผ่าตัดเอามุมของกระดูกขากรรไกรล่าง
2.การผ่าตัดเอาเปลือกนอกของกระดูกขากรรไกรล่างออก
การผ่าตัดลดขนาดของกรามช่วยลดขนาดของกรามให้มีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ใบหน้าดูเล็กและเรียวขึ้น
พบกับโปรโมชั่นจากคลินิกความงามจากทั่วประเทศได้ที่นี่ และรับสิทธิพิเศษด้านศัลยกรรมความงามก่อนใคร อาทิเช่น ตาสองชั้น ดึงหน้า เสริมจมูก เสริมคาง เสริมหน้าอก ดึงคอ ทำปากบาง เย็บปีกจมูก ยกกระชับทรวงอก ตัดกราม เสริมโหนกแก้ม ศัลยกรรมถุงใต้ตา ผ่าตัดโพรงจมูก ยกหางตาตก ดึงหน้าผาก ทำปากกระจับ 3 มิติ แต่งปลายจมูก
WonderfulPerfect ศูนย์รวมคลินิกศัลยกรรม คลินิกความงาม ตอบทุกโจทย์ปัญหาผิวพรรณ ความงาม ปรับรูปลักษณ์ สร้างความมั่นใจ‎ LASER สลายไขมัน ลดสัดส่วน ในราคาถูกและดี มีคุณภาพ คัดสรรจากผู้เชี่ยวชาญทั่วประเทศ เพราะเราอยากให้คุณสวย หล่อ ปลอดภัย ใครๆก็เอื้อมถึง